การตลาดเมล็ดพันธุ์

การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

1111

            เมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีวัฎจักรของชีพจรคล้ายกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ คือ มีจุดกำเนิด มีการเจริญเติบโต มีความเสื่อมและตายในที่สุด แต่ลักษณะการมีชีวิตของเมล็ดพันธุ์นั้นต่างกับการมีชีวิตของคนหรือสัตว์คือ คนหรือสัตว์เมื่อเกิดการเจ็บไข้หรือป่วย อาจรักษาให้หายดังเดิมได้หรือสามารถบำรุงรักษาสุขภาพให้ดีขึ้นได้ แต่ในเมล็ดพันธุ์นั้น หารเกิดการเสื่อมหรือเสียหายขึ้น แม้จุดใดจุดหนึ่งก็ไม่อาจจะรักษาให้คงสภาพเดิมได้ และในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีใดที่จะบำรุงรักษาคุณภาพด้านสรีระของเมล็ดให้ดีขึ้นได้ เมล็ดนั้นเมื่อถึงจุดที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็จะเริ่มเข้าสู่ความเสื่อมและตายไปในที่สุด อัตราการเสื่อมคุณภาพจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพการเก็บเกี่ยว การนวด การทำความสะอาดและสภาพแวดล้อมในการเก็บรักษา เป็นต้น ดังนั้น หลังจากเมล็ดผ่านกระบวนการต่างๆ จนพร้อมที่จะเก็บรักษาแล้ว สิ่งเดียวที่จะทำให้เมล็ดชะลอการเสื่อมคุณภาพในช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้คือ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการเก็บรักษาให้เหมาะกับสภาพเมล็ดพันธุ์

ปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

            ดังที่ได้กล่าวในตอนต้นแล้วว่าเมล็ดพันธุ์ (seed) เป็นสิ่งมีชีวิต การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ก็คือการดำรงไว้ซึ่งความมีชีวิตของเมล็ดให้ยาวนานออกไป ฉะนั้น ในการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ จึงมีปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหลายประการ แต่โดยทั่วไปอาจสรุปได้ 2 ประการ คือ

            1.ปัจจัยภายใน

- ชนิดของเมล็ดพันธุ์ (species) เมล็ดแต่ละชนิดมีอายุการเก็บรักษาแตกต่างกันไปตามพันธุกรรม เช่น ข้าวเก็บได้นานกว่าถั่วเหลือง

- โครงสร้างและองค์ประกอบทางเคมีของเมล็ดพันธุ์ เช่น เมล็ดที่มีองค์ประกอบของแป้งจะเก็บไว้ได้นานกว่าเมล็ดที่มีอง๕ประกอบของไขมัน

            2.ปัจจัยภายนอก

- อุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์ของสภาพการเก็บและความชื้นของเมล็ด เมล็ดจะเก็บรักษาไว้ได้อย่างปลอดภัยจะต้องมีความชื้นต่ำ เมล็ดที่มีความชื้นสูงจะมีขบวนการเมตาโบลิซึมสูง นอกจากนี้โรคและแมลงจะเข้าทำลายได้ง่าย ทำให้เสื่อมสภาพเร็ว เก็บไว้ไม่ได้นานและเนื่องจากเมล็ดเป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติที่เรียกว่า ไฮโกรสโคปิก(hygroscopic) คือ สามารถรับหรือถ่ายเทความชื้นของตัวเองให้สมดุลกับบรรยากาศภายนอก

- การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว ควรเก็บเกี่ยวเมื่อถึงระยะแก่ตัวทางสรีรวิทยาแล้วเท่านั้น และอย่าปล่อยให้ไว้ในไร่นา เพราะจะกระทบกับสภาพความชื้นที่แปรปรวน การนวดและการกะเทาะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังอย่าให้แตกร้าว และต้องลดความชื้น โดยการตากแดด และควรทำความสะอาด แล้วบรรจุถาชนะโดยเร็ว การปฏิบัติหรือการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องช่วยชะลอการเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่เก็บรักษา

สภาพของโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ดี

          โรงเก็บเมล็ดพันธุ์ จะต้องมีคุณลักษณะที่แตกต่าง และพิเศษกว่าโรงเก็บสินค้าทั่วๆไป ด้วยเหตุที่ว่าเมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิต และจะต้องคงความมีชีวิตนี้ไว้ด้วย โรงเก็บจึงต้องมีสภาพที่เหมาะสมมั่นคงแข็งแรง และสามารถป้องกันสิ่งต่างๆ ที่จะมากระทบและเกิดอันตรายต่อสุขภาพของเมล็ดพันธุ์ได้ โดยหลักการทั่วๆไปแล้ว สภาพของโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ดีควรมีลักษณะดังนี้

              - พื้นที่จัดเก็บ ควรราบเรียบสม่ำเสมอ มั่นคงแข็งแรง สามารถทานน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ที่กดทับได้

- ป้องกันน้ำได้ ดังที่ทราบแล้ว น้ำเป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดของเมล็ดพันธุ์ในระหว่างการเก็บรักษา โรงเก็บจึงต้องสามารถป้องกันน้ำได้ ไม่ว่าจะเป็นการสาดจากน้ำฝน การไหลท่วมจากภายนอก หรือการซึมผ่านจากน้ำใต้ดิน

- มีการระบายอากาศที่ดี การระบายอากาศให้เกิดการหมุนเวียนถ่ายเทภายในโรงเก็บ เป็นการช่วยลดความเสี่ยงการเกิดความร้อนและความชื้นสะสมภายในกองเมล็ดพันธุ์ โรงเก็บที่มีการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ จะช่วยในการระบายอากาศได้ดี

- ป้องกันศัตรูได้ โดยเฉพาะนกหนูและแมลง มักสร้างปัญหาเข้าทำลายเมล็ดพันธุ์ในระหว่างการเก็บรักษาเป็นอย่างมาก โรงเก็บจึงควรสร้างอย่างแข็งแรงมิดชิด ปราศจากร่องและซอกแตกตามผนังอาคาร อันจะทำให้ศัตรูต่างๆ นั้น เคลื่อนย้ายเข้า หรืออาศัยเป็นแหล่งหลบซ่อนได้ง่าย

- ความสะอาด ความสะอาดของโรงเก็บและอาณาบริเวณ เป็นสิ่งที่ต้องดูแลอยู่เป็นประจำ นอกจากจะช่วยลดอัตราการระบาดของศัตรูได้มากแล้ว โรงเก็บที่สะอาด ยังสร้างภาพพจน์ ความมีคุณค่าต่อสินค้าเมล็ดพันธุ์แก่ผู้ได้พบเห็นด้วย

ข้อควรปฏิบัติขณะเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

1. ควรตรวจสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ เพราะความงอกของเมล็ดพันธุ์เป็นคุณสมบัติที่สำคัญ และเป็นลักษณะบ่งชี้ถึงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ได้ดีที่สุดลักษณะหนึ่ง การตรวจสอบความงอก ทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ว่า

    - เมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพช้าหรือเร็วหรือไม่

    - ควรจะเก็บต่อไปหรือไม่

    - วางแผนการเพาะปลูกได้อย่างประหยัด

    - สามารถปรับปรุงวิธีการเก็บรักษาตามความจำเป็น

2. ตรวจสอบความชื้น ความชื้นของเมล็ดพันธุ์ หมายถึง ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในเมล็ดทั้งหมด สามารถถูกดูดออกมาได้ด้วยการตากแห้ง หรือวิธีอื่นๆ โดยไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาสลายตัวหรือไม่สารจำพวกระเหยได้ภายในเมล็ดถูกดึงออกไปด้วย ซึ่งเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีควรเป็นเมล็ดพันธุ์ที่แห้งหรือมีความชื้นต่ำ เพราะเมล็ดมีความชื้นสูง จะทำให้ความงอกลดเร็วเกิดปัญหาโรคระบาดเร็ว ทำความเสียหายต่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์

3. ตรวจสอบศัตรูในโรงเก็บ ในการควบคุมศัตรูในโรงเก็บเมล็ดพันธุ์นั้น มีความยากพอสมควร โดยเฉพาะในเมล็ดพันธุ์ที่ก่อนนำมาเก็บนั้นมีความชื้นและสิ่งเจือปนสูง และไม่ได้คลุกสารเคมีป้องกันกำจัดโรคแมลง ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นไม่สามารถรมยาฆ่าแมลงได้หมดทุกกองในโรงเก็บเดียวกัน แมลงหรือโรคจะระบาดหรือเข้ามาทำลายจากกองข้างเคียง ดังนั้นการตรวจสอบศัตรูเมล็ดพันธุ์ในโรงเก็บจึงมีความจำเป็นในการควบคุมศัตรูเมล็ดพันธุ์ในโรงเก็บที่ได้ผลดีต้องใช้วีตรวจสอบและหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับใช้วิธีป้องกันกำจัดร่วมกัน 3 วิธี คือ

    - การรมเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเคมี

    - การพ่นสารเคมีที่พื้นและผนังโรงเก็บรวมทั้งกระสอบหรือภาชนะบรรจุเมล็ดพันธุ์

    - การคลุกสารเคมีเมล็ดพันธุ์

2222 

การบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ในโรงเก็บ

            เมื่อได้กำหนดพื้นที่จัดเก็บ และวิธีการเก็บรักษาแล้ว การวางแผนการควบคุมการจัดการต่อไปจะกระทำได้สะดวก จากการคำนวณเพียงง่ายๆ ก็จำทำให้ทราบ ความสามารถในบรรจุของโรงเก็บหนึ่งๆ และเมื่อทราบเป้าหมาย แผนการผลิต ในแต่ละฤดู ทำให้สามารถเตรียมการ และทราบสถานการณ์การเก็บรักษาได้ล่วงหน้าค่อนข้างแน่นอน

            สำหรับการควบคุมการจัดเก็บ จะต้องจัดทำผังควบคุมเลียนแบบผังช่องเก็บตามโรงเก็บนั้นติดตั้งไว้ในบริเวณพื้นที่ส่วนปฏิบัติงาน เพื่อแสดงข้อมูลการเก็บรักษาของเมล็ดพันธุ์ ในแต่ละช่องเก็บ และเพื่อความสะดวก ควรจะกำหนดการผลิตเมล็ดพันธุ์ในแต่ละล็อตมีปริมาณตามขนาดความจุในแต่ละช่องเก็บ เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียพื้นที่เก็บรักษา ในกรณีมีขนาดล็อตของเมล็ดพันธุ์ไม่เท่ากัน หรือมิฉะนั้นบางช่องเก็บจะต้องจัดเมล็ดพันธุ์จากหลายล็อต เข้าเก็บด้วยกัน อาจก่อให้เกิดการสับสนได้

            การจัดเมล็ดพันธุ์เข้าเก็บทุกล็อตจะต้องจัดทำบัตรแสดงรายการเมล็ดพันธุ์ คล้ายบัตรประจำตัว เพื่อแสดงข้อมูลที่สำคัญพร้อมช่องบันทึกการเคลื่อนไหวของเมล็ดพันธุ์ล็อตนั้น บัตรแสดงรายการนี้  ควรจะนำไปเสียบหรือแขวนไว้ตามตำแหน่งช่องเก็บในผังควบคุมที่จัดทำขึ้น เมื่อมีการปฏิบัติต่อเมล็ดพันธุ์ในล็อตนั้น เช่น การรมยา การจำหน่าย จัดส่ง การติดตามระดับคุณภาพ เป็นต้น ก็เพียงแต่หยิบแผ่นบัตรนั้นตามตำแหน่งช่องเก็บในผัง มาบันทึกหรือรวมรวมข้อมูล เสร็จแล้วก็นำกลับไปไว้ที่เดิม จนกว่าเมล็ดพันธุ์ล็อตนั้นได้ถูกจำหน่ายหมดไป จึงค่อยเก็บรวบรวมบัตรนั้นเข้าแฟ้ม เตรียมเป็นพื้นที่เก็บสำหรับล็อตอื่นต่อไป

            การจัดล็อตเมล็ดพันธุ์มีวัตถุประสงค์เพื่อการสืบค้นประวัติที่มาของเมล็ดพันธุ์ชุดนั้นได้ว่าผลิตจากแหล่งใดมีการปฏิบัติอย่างไร การจัดล็อตเมล็ดพันธุ์โดยทั่วไปมักจะจัดรวมจากแหล่งที่มาซึ่งมีสภาพการผลิตจากแปลงเดียวกันหรือใกล้เคียงมีการเก็บเกี่ยวพร้อมกันและมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการ การดูแลและการจัดจำหน่าย เช่น กรณีเมล็ดพันธุ์หลังเก็บเกี่ยวชุดนั้นมีความชื้นสูงต้องทำการลดความชื้นโดยเร่งด่วน หรือการพิจารณาว่าจะจัดเก็บและจัดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ชุดใดก่อนหรือหลัง เป็นต้น

สรุปข้อห้าม 7 ประการของการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ที่ถูกวิธีนั้นคือ การปฏิบัติต่อเมล็ดพันธุ์เพื่อรักษาหรือชะลอความเสื่อมคุณภาพ ซึ่งคุณภาพดังกล่าวมีหลายลักษณะ แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึงข้อห้าม 7 ประการ ดังนี้

      1. อย่าเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ความชื้นสูง เพราะเมล็ดพันธุ์สามารถดูดความชื้นจากอากาศได้

       2. อย่าเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใกล้กับปุ๋ยหรือสารเคมี เพราะจะเกิดอันตรายโดยตรงต่อความงอกของเมล็ดพันธุ์

3. อย่าเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใกล้กับแหล่งน้ำ หรือสถานที่ชื้นแฉะ เพราะมีความชื้นสูง ซึ่งจะทำให้เมล็ดพันธุ์มีอายุสั้นเพราะดูดความชื้น

4. อย่าเก็บเมล็ดพันธุ์บนพื้นโดยตรง เพราะพื้นจะถ่ายเทความชื้นสู่เมล็ด เพราะกันความชื้นไม่ได้ อากาศถ่ายเทไม่ดี เมล็ดจะเน่าเสียหายเร็ว

5. อย่าให้มีศัตรูโรคแมลงขณะเก็บรักษาเพราะจะทำลายเมล็ดโดยตรง

6. อย่าเก็บเมล็ดที่ตายแล้ว เพราะเสียเวลาทุน แรงงาน และสถานที่

7. อย่าละเลยการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ขณะเก็บรักษาเพราะการตรวจสอบจะทำให้ทราบสภาพของคุณภาพเมล็ดพันธุ์ เพื่อการวางแผนการปฏิบัติการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดพันธุ์

“พึ่งระลึกเสมอว่าเมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิตและมีคุณค่า การใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีเพาะปลูกหมายถึงความสำเร็จของเกษตรกรจึงไม่ควรปล่อยปะละเลย เมล็ดพันธุ์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในสภาพที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การให้การดูแลที่ถูกต้องเท่านั้นจะรักษาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ไว้ได้นาน”