การตลาดเมล็ดพันธุ์

การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

1111

            เมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีวัฎจักรของชีพจรคล้ายกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ คือ มีจุดกำเนิด มีการเจริญเติบโต มีความเสื่อมและตายในที่สุด แต่ลักษณะการมีชีวิตของเมล็ดพันธุ์นั้นต่างกับการมีชีวิตของคนหรือสัตว์คือ คนหรือสัตว์เมื่อเกิดการเจ็บไข้หรือป่วย อาจรักษาให้หายดังเดิมได้หรือสามารถบำรุงรักษาสุขภาพให้ดีขึ้นได้ แต่ในเมล็ดพันธุ์นั้น หารเกิดการเสื่อมหรือเสียหายขึ้น แม้จุดใดจุดหนึ่งก็ไม่อาจจะรักษาให้คงสภาพเดิมได้ และในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีใดที่จะบำรุงรักษาคุณภาพด้านสรีระของเมล็ดให้ดีขึ้นได้ เมล็ดนั้นเมื่อถึงจุดที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็จะเริ่มเข้าสู่ความเสื่อมและตายไปในที่สุด อัตราการเสื่อมคุณภาพจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพการเก็บเกี่ยว การนวด การทำความสะอาดและสภาพแวดล้อมในการเก็บรักษา เป็นต้น ดังนั้น หลังจากเมล็ดผ่านกระบวนการต่างๆ จนพร้อมที่จะเก็บรักษาแล้ว สิ่งเดียวที่จะทำให้เมล็ดชะลอการเสื่อมคุณภาพในช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้คือ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการเก็บรักษาให้เหมาะกับสภาพเมล็ดพันธุ์

ปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

            ดังที่ได้กล่าวในตอนต้นแล้วว่าเมล็ดพันธุ์ (seed) เป็นสิ่งมีชีวิต การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ก็คือการดำรงไว้ซึ่งความมีชีวิตของเมล็ดให้ยาวนานออกไป ฉะนั้น ในการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ จึงมีปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหลายประการ แต่โดยทั่วไปอาจสรุปได้ 2 ประการ คือ

            1.ปัจจัยภายใน

- ชนิดของเมล็ดพันธุ์ (species) เมล็ดแต่ละชนิดมีอายุการเก็บรักษาแตกต่างกันไปตามพันธุกรรม เช่น ข้าวเก็บได้นานกว่าถั่วเหลือง

- โครงสร้างและองค์ประกอบทางเคมีของเมล็ดพันธุ์ เช่น เมล็ดที่มีองค์ประกอบของแป้งจะเก็บไว้ได้นานกว่าเมล็ดที่มีอง๕ประกอบของไขมัน

            2.ปัจจัยภายนอก

- อุณหภูมิความชื้นสัมพัทธ์ของสภาพการเก็บและความชื้นของเมล็ด เมล็ดจะเก็บรักษาไว้ได้อย่างปลอดภัยจะต้องมีความชื้นต่ำ เมล็ดที่มีความชื้นสูงจะมีขบวนการเมตาโบลิซึมสูง นอกจากนี้โรคและแมลงจะเข้าทำลายได้ง่าย ทำให้เสื่อมสภาพเร็ว เก็บไว้ไม่ได้นานและเนื่องจากเมล็ดเป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติที่เรียกว่า ไฮโกรสโคปิก(hygroscopic) คือ สามารถรับหรือถ่ายเทความชื้นของตัวเองให้สมดุลกับบรรยากาศภายนอก

- การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว ควรเก็บเกี่ยวเมื่อถึงระยะแก่ตัวทางสรีรวิทยาแล้วเท่านั้น และอย่าปล่อยให้ไว้ในไร่นา เพราะจะกระทบกับสภาพความชื้นที่แปรปรวน การนวดและการกะเทาะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังอย่าให้แตกร้าว และต้องลดความชื้น โดยการตากแดด และควรทำความสะอาด แล้วบรรจุถาชนะโดยเร็ว การปฏิบัติหรือการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องช่วยชะลอการเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่เก็บรักษา

สภาพของโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ดี

          โรงเก็บเมล็ดพันธุ์ จะต้องมีคุณลักษณะที่แตกต่าง และพิเศษกว่าโรงเก็บสินค้าทั่วๆไป ด้วยเหตุที่ว่าเมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิต และจะต้องคงความมีชีวิตนี้ไว้ด้วย โรงเก็บจึงต้องมีสภาพที่เหมาะสมมั่นคงแข็งแรง และสามารถป้องกันสิ่งต่างๆ ที่จะมากระทบและเกิดอันตรายต่อสุขภาพของเมล็ดพันธุ์ได้ โดยหลักการทั่วๆไปแล้ว สภาพของโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ดีควรมีลักษณะดังนี้

              - พื้นที่จัดเก็บ ควรราบเรียบสม่ำเสมอ มั่นคงแข็งแรง สามารถทานน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ที่กดทับได้

- ป้องกันน้ำได้ ดังที่ทราบแล้ว น้ำเป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดของเมล็ดพันธุ์ในระหว่างการเก็บรักษา โรงเก็บจึงต้องสามารถป้องกันน้ำได้ ไม่ว่าจะเป็นการสาดจากน้ำฝน การไหลท่วมจากภายนอก หรือการซึมผ่านจากน้ำใต้ดิน

- มีการระบายอากาศที่ดี การระบายอากาศให้เกิดการหมุนเวียนถ่ายเทภายในโรงเก็บ เป็นการช่วยลดความเสี่ยงการเกิดความร้อนและความชื้นสะสมภายในกองเมล็ดพันธุ์ โรงเก็บที่มีการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ จะช่วยในการระบายอากาศได้ดี

- ป้องกันศัตรูได้ โดยเฉพาะนกหนูและแมลง มักสร้างปัญหาเข้าทำลายเมล็ดพันธุ์ในระหว่างการเก็บรักษาเป็นอย่างมาก โรงเก็บจึงควรสร้างอย่างแข็งแรงมิดชิด ปราศจากร่องและซอกแตกตามผนังอาคาร อันจะทำให้ศัตรูต่างๆ นั้น เคลื่อนย้ายเข้า หรืออาศัยเป็นแหล่งหลบซ่อนได้ง่าย

- ความสะอาด ความสะอาดของโรงเก็บและอาณาบริเวณ เป็นสิ่งที่ต้องดูแลอยู่เป็นประจำ นอกจากจะช่วยลดอัตราการระบาดของศัตรูได้มากแล้ว โรงเก็บที่สะอาด ยังสร้างภาพพจน์ ความมีคุณค่าต่อสินค้าเมล็ดพันธุ์แก่ผู้ได้พบเห็นด้วย

ข้อควรปฏิบัติขณะเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

1. ควรตรวจสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์ เพราะความงอกของเมล็ดพันธุ์เป็นคุณสมบัติที่สำคัญ และเป็นลักษณะบ่งชี้ถึงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ได้ดีที่สุดลักษณะหนึ่ง การตรวจสอบความงอก ทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ว่า

    - เมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพช้าหรือเร็วหรือไม่

    - ควรจะเก็บต่อไปหรือไม่

    - วางแผนการเพาะปลูกได้อย่างประหยัด

    - สามารถปรับปรุงวิธีการเก็บรักษาตามความจำเป็น

2. ตรวจสอบความชื้น ความชื้นของเมล็ดพันธุ์ หมายถึง ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในเมล็ดทั้งหมด สามารถถูกดูดออกมาได้ด้วยการตากแห้ง หรือวิธีอื่นๆ โดยไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาสลายตัวหรือไม่สารจำพวกระเหยได้ภายในเมล็ดถูกดึงออกไปด้วย ซึ่งเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีควรเป็นเมล็ดพันธุ์ที่แห้งหรือมีความชื้นต่ำ เพราะเมล็ดมีความชื้นสูง จะทำให้ความงอกลดเร็วเกิดปัญหาโรคระบาดเร็ว ทำความเสียหายต่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์

3. ตรวจสอบศัตรูในโรงเก็บ ในการควบคุมศัตรูในโรงเก็บเมล็ดพันธุ์นั้น มีความยากพอสมควร โดยเฉพาะในเมล็ดพันธุ์ที่ก่อนนำมาเก็บนั้นมีความชื้นและสิ่งเจือปนสูง และไม่ได้คลุกสารเคมีป้องกันกำจัดโรคแมลง ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นไม่สามารถรมยาฆ่าแมลงได้หมดทุกกองในโรงเก็บเดียวกัน แมลงหรือโรคจะระบาดหรือเข้ามาทำลายจากกองข้างเคียง ดังนั้นการตรวจสอบศัตรูเมล็ดพันธุ์ในโรงเก็บจึงมีความจำเป็นในการควบคุมศัตรูเมล็ดพันธุ์ในโรงเก็บที่ได้ผลดีต้องใช้วีตรวจสอบและหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับใช้วิธีป้องกันกำจัดร่วมกัน 3 วิธี คือ

    - การรมเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเคมี

    - การพ่นสารเคมีที่พื้นและผนังโรงเก็บรวมทั้งกระสอบหรือภาชนะบรรจุเมล็ดพันธุ์

    - การคลุกสารเคมีเมล็ดพันธุ์

2222 

การบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ในโรงเก็บ

            เมื่อได้กำหนดพื้นที่จัดเก็บ และวิธีการเก็บรักษาแล้ว การวางแผนการควบคุมการจัดการต่อไปจะกระทำได้สะดวก จากการคำนวณเพียงง่ายๆ ก็จำทำให้ทราบ ความสามารถในบรรจุของโรงเก็บหนึ่งๆ และเมื่อทราบเป้าหมาย แผนการผลิต ในแต่ละฤดู ทำให้สามารถเตรียมการ และทราบสถานการณ์การเก็บรักษาได้ล่วงหน้าค่อนข้างแน่นอน

            สำหรับการควบคุมการจัดเก็บ จะต้องจัดทำผังควบคุมเลียนแบบผังช่องเก็บตามโรงเก็บนั้นติดตั้งไว้ในบริเวณพื้นที่ส่วนปฏิบัติงาน เพื่อแสดงข้อมูลการเก็บรักษาของเมล็ดพันธุ์ ในแต่ละช่องเก็บ และเพื่อความสะดวก ควรจะกำหนดการผลิตเมล็ดพันธุ์ในแต่ละล็อตมีปริมาณตามขนาดความจุในแต่ละช่องเก็บ เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียพื้นที่เก็บรักษา ในกรณีมีขนาดล็อตของเมล็ดพันธุ์ไม่เท่ากัน หรือมิฉะนั้นบางช่องเก็บจะต้องจัดเมล็ดพันธุ์จากหลายล็อต เข้าเก็บด้วยกัน อาจก่อให้เกิดการสับสนได้

            การจัดเมล็ดพันธุ์เข้าเก็บทุกล็อตจะต้องจัดทำบัตรแสดงรายการเมล็ดพันธุ์ คล้ายบัตรประจำตัว เพื่อแสดงข้อมูลที่สำคัญพร้อมช่องบันทึกการเคลื่อนไหวของเมล็ดพันธุ์ล็อตนั้น บัตรแสดงรายการนี้  ควรจะนำไปเสียบหรือแขวนไว้ตามตำแหน่งช่องเก็บในผังควบคุมที่จัดทำขึ้น เมื่อมีการปฏิบัติต่อเมล็ดพันธุ์ในล็อตนั้น เช่น การรมยา การจำหน่าย จัดส่ง การติดตามระดับคุณภาพ เป็นต้น ก็เพียงแต่หยิบแผ่นบัตรนั้นตามตำแหน่งช่องเก็บในผัง มาบันทึกหรือรวมรวมข้อมูล เสร็จแล้วก็นำกลับไปไว้ที่เดิม จนกว่าเมล็ดพันธุ์ล็อตนั้นได้ถูกจำหน่ายหมดไป จึงค่อยเก็บรวบรวมบัตรนั้นเข้าแฟ้ม เตรียมเป็นพื้นที่เก็บสำหรับล็อตอื่นต่อไป

            การจัดล็อตเมล็ดพันธุ์มีวัตถุประสงค์เพื่อการสืบค้นประวัติที่มาของเมล็ดพันธุ์ชุดนั้นได้ว่าผลิตจากแหล่งใดมีการปฏิบัติอย่างไร การจัดล็อตเมล็ดพันธุ์โดยทั่วไปมักจะจัดรวมจากแหล่งที่มาซึ่งมีสภาพการผลิตจากแปลงเดียวกันหรือใกล้เคียงมีการเก็บเกี่ยวพร้อมกันและมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการ การดูแลและการจัดจำหน่าย เช่น กรณีเมล็ดพันธุ์หลังเก็บเกี่ยวชุดนั้นมีความชื้นสูงต้องทำการลดความชื้นโดยเร่งด่วน หรือการพิจารณาว่าจะจัดเก็บและจัดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ชุดใดก่อนหรือหลัง เป็นต้น

สรุปข้อห้าม 7 ประการของการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์

การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ที่ถูกวิธีนั้นคือ การปฏิบัติต่อเมล็ดพันธุ์เพื่อรักษาหรือชะลอความเสื่อมคุณภาพ ซึ่งคุณภาพดังกล่าวมีหลายลักษณะ แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึงข้อห้าม 7 ประการ ดังนี้

      1. อย่าเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ความชื้นสูง เพราะเมล็ดพันธุ์สามารถดูดความชื้นจากอากาศได้

       2. อย่าเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใกล้กับปุ๋ยหรือสารเคมี เพราะจะเกิดอันตรายโดยตรงต่อความงอกของเมล็ดพันธุ์

3. อย่าเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใกล้กับแหล่งน้ำ หรือสถานที่ชื้นแฉะ เพราะมีความชื้นสูง ซึ่งจะทำให้เมล็ดพันธุ์มีอายุสั้นเพราะดูดความชื้น

4. อย่าเก็บเมล็ดพันธุ์บนพื้นโดยตรง เพราะพื้นจะถ่ายเทความชื้นสู่เมล็ด เพราะกันความชื้นไม่ได้ อากาศถ่ายเทไม่ดี เมล็ดจะเน่าเสียหายเร็ว

5. อย่าให้มีศัตรูโรคแมลงขณะเก็บรักษาเพราะจะทำลายเมล็ดโดยตรง

6. อย่าเก็บเมล็ดที่ตายแล้ว เพราะเสียเวลาทุน แรงงาน และสถานที่

7. อย่าละเลยการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ขณะเก็บรักษาเพราะการตรวจสอบจะทำให้ทราบสภาพของคุณภาพเมล็ดพันธุ์ เพื่อการวางแผนการปฏิบัติการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดพันธุ์

“พึ่งระลึกเสมอว่าเมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิตและมีคุณค่า การใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีเพาะปลูกหมายถึงความสำเร็จของเกษตรกรจึงไม่ควรปล่อยปะละเลย เมล็ดพันธุ์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในสภาพที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การให้การดูแลที่ถูกต้องเท่านั้นจะรักษาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ไว้ได้นาน”

การขยายเมล็ดพันธุ์

การปฏิบัติงานแปลงขยายพันธุ์

1. ความสำคัญของแปลงขยายพันธุ์

การจัดทำแปลงขยายพันธุ์เป็นขั้นตอนที่สำคัญในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์เนื่องจากเป็นการปฏิบัติอันดับแรกที่กำหนดคุณภาพเบื้องต้นของเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้ ทั้งนี้ ปริมาณและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์จะดีมากน้อยเพียงใด ขึ้นกับการปฏิบัติดูแลรักษา ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่ได้รับขณะที่เมล็ดพันธุ์เจริญเติบโตอยู่ในแปลงขยายพันธุ์ โดยเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากแปลงขยายพันธุ์ซึ่งมีคุณภาพต่ำ จะไม่สามารถปรับปรุงให้เมล็ดพันธุ์ดังกล่าวกลับมามีคุณภาพที่ดีได้ นอกจากนี้ ขบวนการจัดการเมล็ดพันธุ์หลังการเก็บเกี่ยวจากแปลงขยายพันธุ์เป็นขั้นตอนที่กำหนดคุณภาพเมล็ดพันธุ์ให้คงคุณภาพดีหรือมีคุณภาพลดต่ำลงได้เช่นเดียวกัน กล่าวคือ ผลผลิตเมล็ดพันธุ์จากแปลงขยายพันธุ์ซึ่งมีคุณภาพสูง เมื่อนำมาทำการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ที่มีการจัดการที่ไม่ถูกต้อง ก็ย่อมมีผลทำให้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีจากแปลงขยายพันธุ์กลายเป็นเมล็ดพันธุ์คุณภาพต่ำลงได้

2. ขั้นตอนการจัดทำแปลงขยายพันธุ์

ในการจัดทำแปลงขยายพันธุ์เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ให้ได้คุณภาพดี ประกอบด้วยขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้

2.1 การวางแผนการผลิต

การกำหนดเป้าหมายการผลิตเมล็ดพันธุ์ในแต่ละชนิดแต่ละพืชพันธุ์ จัดทำขึ้นโดยอาศัยข้อมูลพื้นฐานหลายด้าน ได้แก่ การตลาด สภาพพื้นที่ในการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ ชนิดของพืชพันธุ์ที่ดำเนินการผลิต การกำหนดช่วงเวลาการปลูกและเก็บเกี่ยวให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า และสภาพภูมิอากาศเพื่อให้เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้มีคุณภาพดี แหล่งและปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่ใช้จัดทำแปลงขยายพันธุ์ รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติในการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ วัสดุอุปกรณ์และเงินทุน ตลอดจนบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญทำหน้าที่ในการให้คำแนะนำ ติดตามกำกับการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ของเกษตรกรให้มีคุณภาพได้ตามมาตรฐาน

2.2 การคัดเลือกพื้นที่ และเกษตรกร

วิธีการปฏิบัติควรดำเนินการคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกรไปพร้อมๆ กัน โดยพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีสภาพทำเลที่ตั้งเหมาะสมต่อการผลิตพืช/พันธุ์นั้นๆ มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในเขตชลประทานหรือมีน้ำเพียงพอ เป็นพื้นที่ติดต่อกันเป็นแปลงใหญ่ มีการคมนาคมสะดวกไม่เป็นพื้นที่ระบาดของโรคและแมลงศัตรู หรือในฤดูที่ผ่านมาปลูกพืชชนิดเดียวกันแต่ต่างพันธุ์กับพืชที่ผลิต เพื่อป้องกันการปะปนพันธุ์

การคัดเลือกเกษตรกร ควรพิจารณาผู้มีความพร้อม ความชำนาญ และประสบการณ์ในการปลูกพืชเพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ สามารถเรียนรู้และยอมรับวิทยาการผลิตเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ มีความซื่อตรง และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ให้มีคุณภาพดีตรงตามมาตรฐาน

2.3 การจัดหาเมล็ดพันธุ์เพื่อการจัดทำแปลงขยายพันธุ์

เมล็ดพันธุ์ที่จะนำไปใช้ปลูกในแปลงขยายพันธุ์ต้องมั่นใจและสามารถทวนสอบกลับได้ว่ามาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองคุณภาพจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และยืนยันคุณภาพอีกครั้งก่อนจ่ายเมล็ดพันธุ์โดยกลุ่มควบคุมคุณภาพของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว มีปริมาณพอเพียงและมีคุณภาพดีตรงตามมาตรฐานของชั้นเมล็ดพันธุ์หลักหรือขยาย โดยคำนวณปริมาณที่ต้องการเมล็ดพันธุ์ใช้ในการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ จากอัตราการขยายพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับพืช พันธุ์ นั้นๆ ในแต่ละแหล่งผลิต

2.4 การวางแผนปฏิบัติงานการติดตามแปลงขยายพันธุ์

การวางแผนการปฏิบัติงานการติดตามแปลงขยายพันธุ์ ต้องดำเนินการทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลแปลงขยายพันธุ์ เริ่มต้นจากการวางแผนการจัดทำแปลงขยายพันธุ์และแผนปฏิบัติงานติดตามแปลงขยายพันธุ์ โดยกำหนดช่วงเวลาปฏิบัติงานที่ชัดเจนในแต่ละขั้นตอนที่สำคัญ คือการคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกร จัดทำทะเบียนเกษตรกรผู้ร่วมจัดทำแปลงขยายพันธุ์ จ่ายเมล็ดพันธุ์เพื่อการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ บันทึกวันปลูก การจัดขนาดของกลุ่มแปลง และกำหนดแผนปฏิบัติงานติดตามแปลงขยายพันธุ์ในช่วงเวลาต่างๆ ประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้

  • การคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกร
  • การฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์
  • การจ่ายเมล็ดพันธุ์เพื่อการจัดทำแปลงขยายพันธุ์
  • การปลูกดูแลรักษา
  • การกำจัดพันธุ์ปนในช่วงเวลาที่เหมาะสม
  • การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว การขนส่งเมล็ดพันธุ์เข้าศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว

นอกจากนี้ ยังต้องกำหนดกิจกรรมที่จะต้องปฏิบัติกับผู้เกี่ยวข้องนอกเหนือจากเกษตรกรด้วย เช่น การประสานงานการสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ก่อนการจัดซื้อ การจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืนจากเกษตรกรแปลงขยายพันธุ์ การประสานงานเพื่อนำเมล็ดพันธุ์เข้าปรับปรุงสภาพในโรงงานและการสรุปผลการจัดทำแปลงขยายพันธุ์

2.5 การติดตาม กำกับแปลงขยายพันธุ์ให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพสูง

การจัดทำแปลงขยายพันธุ์เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ให้มีคุณภาพดี จำเป็นต้องมีการติดตามกำกับ ควบคุมการปฏิบัติของเกษตรกรให้เป็นไปตามแนวทางการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ให้มีคุณภาพดี ซึ่งดำเนินการโดยยึดหลักการป้องกันในการควบคุมคุณภาพ ดังนี้

  • ติดตาม และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้ได้ปริมาณและคุณภาพสูงตามต้องการ
  • มีการป้องกันการเสื่อมพันธุ์และการเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์
  • มีการติดตามตรวจสอบการใช้เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ในแนวทางการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ให้มีคุณภาพ
  • มีการวิเคราะห์ปัญหาและสรุปผลการดำเนินงานเมื่อเสร็จสิ้นฤดู เพื่อพัฒนาระบบการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การจัดทำแผนการปฎิบัติงานเพื่อการติดตามแปลงขยายพันธุ์ให้มีคุณภาพ จะถูกกำหนดขึ้นตามระยะการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนการปฏิบัติตั้งแต่ การเตรียมดิน การปลูก การป้องกันกำจัดวัชพืช การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกต้อง การป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรู การตรวจตัดพันธุ์ปน และการเก็บเกี่ยวในระยะเหมาะสม

2.6 การตรวจตัดพันธุ์ปน

เป็นการปฏิบัติเพื่อควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตในแปลงขยายพันธุ์ โดยตรวจสภาพต้นพืชที่ปลูกอยู่ในแปลงขยายพันธุ์มีลักษณะตรงตามพันธุ์พืชปลูกที่ต้องการเพียงใดหรือมีต้นพืชพันธุ์อื่นขึ้นปะปนอยู่ จึงควรต้องการตรวจตัดสินแปลงขยายพันธุ์อย่างเป็นทางการอย่างน้อย 1 ครั้ง ในระยะที่สามารถประเมินลักษณะประจำพันธุ์ที่ถูกต้องได้ดีที่สุด โดยทั่วไปแล้ว แนะนำให้เกษตรกรตรวจตัดพันธุ์ปนเพื่อเตรียมแปลงขยายพันธุ์ให้ได้มาตรฐานแปลงขยายพันธุ์ก่อนการตรวจสอบคุณภาพแปลงขยายพันธุ์ โดยคณะกรรมการตรวจแปลงขยายพันธุ์อย่างเป็นทางการ เพื่อตรวจแปลงขยายพันธุ์ว่าเป็นไปตามมาตรฐานแปลงขยายพันธุ์หรือไม่ ตลอดจนให้คำแนะนำเพื่อดำเนินการแก้ไขให้เมล็ดพันธุ์มีคุณภาพสูงดีขึ้น ซึ่งการกำจัดข้าวพันธุ์ปน อาจทำไปพร้อมกับการกำจัดวัชพืชและการตรวจโรคแมลงในแปลงขยายพันธุ์ ซึ่งสามารถทำได้ในระยะต่างๆ ดังนี้

1. ระยะกล้า         ตรวจดูความแตกต่างของสีใบ ความสูง สีลำต้น ทรงต้น มุมของใบกับลำต้นและใบที่แสดงอาการเป็นโรค (ข้อพิจารณาเพิ่มเติม การเตรียมแปลงกล้าควรไถหมักดินไว้ อย่างน้อย 10-15 วัน แปลงกล้าไม่ควรมีพืชพันธุ์อื่น แปลงกล้าต้องห่างจากแปลงพันธุ์ข้าวอื่น อย่างน้อย 3 เมตร ถอนกล้าโดยเว้นรอบขอบแปลงอย่างน้อย 50 เซนติเมตร)

2. ระยะแตกกอ      ตรวจดูความแตกต่างของความสูง ลักษณะและสีของใบ สีลำต้น ทรงกอ การแตกกอ มุมของใบกับลำต้น ต้นที่เป็นโรคหรือมีลักษณะที่ผิดปกติและข้าววัชพืช

3. ระยะออกดอก    ตรวจดูลักษณะช่อดอก ช่วงเวลาการออกดอกก่อนหรือหลังเมื่อทำการเปรียบเทียบกับต้นพืชพันธุ์ที่ปลูก สีของรวง ความสูงของรวง การชูรวง ความยาวของคอรวง ลักษณะมุมและสีของใบธง และทรงของกอข้าวที่ต่างกัน

4. ระยะโน้มรวง     ตรวจดูความแตกต่างของสีเมล็ดและรวงข้าว ลักษณะและความยาวของหางคอรวง ลักษณะของเมล็ดและรวงข้าวที่แตกต่างกัน ลักษณะการโน้มของรวงข้าวและลักษณะการตั้งของใบธง

5. ระยะก่อนเก็บเกี่ยว         ตรวจดูความแตกต่างของต้นข้าวและเมล็ดข้าวเปลือกที่มีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากต้นข้าวพันธุ์ที่ปลูกก่อนทำการเก็บเกี่ยว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจแปลงขยายพันธุ์ควรดำเนินการควบคู่ไปกับการสุ่มตรวจด้วยการสอบถามข้อมูลประวัติการปลูกพืชในฤดูที่ผ่านมา เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากพืชเรื้อขึ้นปะปน ตรวจสอบระยะห่างระหว่างแปลงปลูกกับพืชพันธุ์อื่นให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัยจากการปะปนพันธุ์อื่นด้วย        

ปัจจุบัน ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับ หรือมีหน่วยงานเฉพาะที่ทำหน้าที่ตรวจแปลงขยายพันธุ์เพื่อรับรองเมล็ดพันธุ์ ดังนั้น ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ของสำนักเมล็ดพันธุ์ข้าวจึงได้สร้างระบบตรวจสอบ ควบคุม กำกับขึ้นภายในหน่วยงานเอง เพื่อทำการตรวจสอบคุณภาพแปลงขยายพันธุ์ โดยกำหนดและแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจแปลงขยายพันธุ์อย่างเป็นทางการขึ้นในแต่ละศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว โดยมีเจ้าหน้าที่งานควบคุมคุณภาพร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย

คุณลักษณะสำคัญของผู้ตรวจแปลงขยายพันธุ์ ผู้ตรวจแปลงขยายพันธุ์ควรมีความเชี่ยวชาญ และรอบรู้ในด้านต่างๆ ดังนี้

  • ลักษณะประจำพันธุ์ของพืชที่จะทำการตรวจสอบ
  • ลักษณะของโรคที่เกิดการระบาดบ่อยในท้องถิ่น สาเหตุ พาหะ วิธีการป้องกันกำจัดปัจจัยส่งเสริมการระบาด และผลที่มีต่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์
  • ลักษณะของวัชพืชที่พบเห็นบ่อยในแปลงขยายพันธุ์
  • ลักษณะพืชชนิดอื่นๆ ที่พบเห็นบ่อยในแปลงขยายพันธุ์
  • ลักษณะผิดปกติของพืชชนิดที่ปลูก เมื่อกระทบปัจจัยต่างๆ ได้แก่ การขาดธาตุอาหาร อุณหภูมิสูง-ต่ำผิดปกติ สารเคมี การขาดน้ำ หรือได้รับน้ำมากเกินไป
  • วิธีการสุ่มเก็บตัวอย่างตรวจและวิธีการแจงนับ ตามที่ได้กำหนดไว้ตามมาตรฐานเพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบแปลงพันธุ์พืชที่ปลูกแต่ละชนิด

2.7 การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

เพื่อให้เกษตรกรทำการเก็บเกี่ยวและมีการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง ภายใต้สภาพแวดล้อมและระยะเวลาที่เหมาะสม สามารถจัดการผลผลิตเมล็ดพันธุ์ให้คงคุณภาพดีก่อนนำไปปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ในลำดับต่อไป ควรดำเนินการ ดังนี้

2.7.1 การเก็บเกี่ยว

              การเก็บเกี่ยวข้าว เจ้าหน้าที่ควบคุมแปลงขยายพันธุ์ ควรแนะนำให้เกษตรกรระบายน้ำออกจากแปลงนาก่อนถึงวันเก็บเกี่ยว ประมาณ 10 วัน เพื่อให้ข้าวสุกแก่สม่ำเสมอ หรือสังเกตเมล็ดที่ปลายรวงเปลี่ยนเป็นแป้งแข็งและเมล็ดเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

              ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวที่เหมาะสม คือ เก็บเกี่ยวข้าวที่ระยะพลับพลึง ซึ่งจะเก็บเกี่ยวข้าวหลังจากวันที่ข้าวออกดอก (วันที่ข้าวออกดอก หมายถึง วันที่รวงข้าวมีดอกบานเกือบเต็มพื้นที่ หรือมีดอกบานประมาณ 75-80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ปลูก ซึ่งในระยะนี้เมล็ดพันธุ์ข้าวจะมีความชื้นประมาณ 20-26 เปอร์เซ็นต์) เป็นเวลา 28-30 วัน ในสภาพพื้นที่แปลงนาข้าวที่แห้ง และไม่มีน้ำขัง

              ข้อดีของการเก็บเกี่ยวข้าวในระยะที่เหมาะสม มีผลทำให้ได้ผลผลิตข้าวเต็มศักยภาพ ผลผลิตดีมีคุณภาพ ทั้งสีของข้าวเปลือก สีข้าวกล้อง ขนาดและรูปร่างเมล็ดและคุณสมบัติการหุงต้มที่ตรงตามพันธุ์ได้ปริมาณข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวมากเมื่อนำข้าวเปลือกไปสี

2.7.2 การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

              การดำเนินการเพื่อให้เมล็ดพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวจากแปลงขยายพันธุ์คงคุณภาพดีมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

  • การนวดทำความสะอาดเบื้องต้น ปัจจุบัน เกษตรกรนิยมใช้เครื่องจักรเนื่องจากทำงนได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในการคัดแยกสิ่งเจือปนออกจากเมล็ดได้ ซึ่งมี 2 ประเภท คือ เครื่องนวดข้าวขนาดเล็ก และเครื่องนวดข้าวขนาดใหญ่ (เกี่ยวและนวดข้าวไปพร้อมๆ กัน) ข้อควรพิจารณาในการปฏิบัติคือ นวดเมล็ดพันธุ์ขณะมีความชื้นไม่สูงหรือต่อเกินไป ทำความสะอาดเครื่องนวดให้ถี่ถ้วนและแน่ใจได้ว่า ไม่มีเมล็ดพันธุ์อื่นๆ ติดอยู่ เพื่อป้องกันการปะปนพันธุ์ ใช้ความเร็วรอบในการนวดที่เหมาะสมระหว่าง 400-500 รอบต่อนาที ถ้าเมล็ดพันธุ์มีความชื้นต่ำต้องใช้ความเร็วรอบที่ต่ำด้วย
  • การตากลดความชื้น เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณสมบัติที่สามารถรับและถ่ายเทความชื้นระหว่างภายในเมล็ดกับบรรยากาศรอบๆ เมล็ดพันธุ์ (hygroscopic) จนกระทั่งความชื้นถึงจุดสมดุล ซึ่ง ณ จุดนี้ เมล็ดพันธุ์จะมีความชื้นที่คงที่ ความชื้นที่จุดสมดุลจะมีความแตกต่างไปตามชนิดพืช เนื่องจากขึ้นอยู่กับชนิดของพืช องค์ประกอบทางเคมีของเมล็ดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของบรรยากาศด้วย

โดยทั่วไปแล้ว ระดับความชื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเก็บรักษาของเมล็ดพันธุ์ข้าว คือ 13-14 เปอร์เซ็นต์ และเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่ว ประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ วิธีการลดความชื้นของเมล็ดพันธุ์ทำได้ ดังนี้

    • ตากบนลานตาก ซึ่งความชื้นของเมล็ดพันธุ์จะลดลงโดยอาศัยแดดและลม มีข้อควรพิจารณาในการปฏิบัติ คือ มีวัสดุรองรับเมล็ดพันธุ์ ไม่ควรตากเมล็ดพันธุ์บนพื้นดินโดยตรง เกลี่ยเมล็ดพันธุ์ให้มีความหนาสม่ำเสมอประมาณ 10 เซนติเมตร เกลี่ยและกลับเมล็ดพันธุ์ที่ตากเพื่อให้รับแสงอย่างทั่วถึงอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง
    • ใช้เครื่องอบลดความชื้น มีข้อควรพิจารณา คือ ใช้ในกรณีเมล็ดพันธุ์มีปริมาณมาก ควรมีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบลดความชื้นโดยใช้ถังอบเป็นอย่างดีทราบถึงความสัมพันธ์ในการปรับปริมาณลมร้อนและอุณหภูมิความร้อนที่ใช้ ซึ่งมีหลักการปฏิบัติที่สำคัญ คือ ใช้อุณหภูมิต่ำเมื่อเมล็ดพันธุ์มีความชื้นสูงก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิเมื่อเมล็ดพันธุ์มีความชื้นลดต่ำลง ทั้งนี้ ลมร้อนที่ใช้ควรมีอุณหภูมิประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส
  • การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เพื่อรอการจัดซื้อ มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
    • เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการลดความชื้นแล้วอยู่ในระดับที่ปลอดภัยในภาชนะบรรจุที่เหมาะสม

    • สถานที่เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ต้องป้องกันแดดแลฝนได้ มีการระบายอากาศที่ดี

    • มีวัสดุรองรับกองเมล็ดพันธุ์ เช่น แคร่ ไม่ควรวางบนพื้นดินหรือซีเมนต์โดยตรง หรือวางชิดฝาผนังมากเกินไป

    • มีระบบควบคุมการเก็บรักษาเพื่อป้องกันการสับสนและเกิดการปะปนพันธุ์ โดยการติดป้ายบ่งชี้ หรือทำเครื่องหมายที่กระสอบบรรจุ

    • ไม่เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ในที่เดียวหรือใกล้กับความชื้นหรือตัวนำความชื้น เช่น เก็บรักษาร่วมปุ๋ย สารเคมี หรือเก็บใกล้แหล่งน้ำ

    • ตรวจสอบสภาพและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ พร้อมเตรียมการป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูที่อาจเข้าทำลายเมล็ดพันธุ์ระหว่างการเก็บรักษา 

3. การจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืนจากเกษตรกรแปลงขยายพันธุ์

เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ทีดำเนินงานภายใต้การควบคุม กำกับ ของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว เกษตรกรที่จัดทำแปลงขยายพันธุ์ร่วมกับศูนย์ฯ จำเป็นต้องมีการปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ที่เก็บรักษาไว้ยังคงคุณภาพดีก่อนนำไปปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ที่ศูนย์ในลำดับต่อไป มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

3.1 การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ก่อนการจัดซื้อ

เจ้าหน้าที่ต้องแนะนำให้เกษตรกรพึงปฏิบัติในการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์รอการจัดซื้อ เพื่อคงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ให้ดีที่สุด ดังนี้

  • สถานที่เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ควรกว้างขวาง ขนย้ายได้สะดวก สามารถป้องกันแดดและฝนได้ดี
  • การบรรจุเมล็ดพันธุ์ในภาชนะ ความชื้นของเมล็ดพันธุ์ต้องผ่านการลดความชื้นมาอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการเก็บรักษา และบรรจุในกระสอบตามปริมาณที่ศูนย์ฯ กำหนด
  • การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ควรจัดเรียงกระสอบเมล็ดพันธุ์บนแคร่สูงจากพื้น 10-15 เซนติเมตร ไม่ควรวางชิดผนัง หรือเก็บรวมไว้กับปุ๋ยหรือสารเคมี มีพื้นที่ทางเดินที่สามารถเข้าสุ่มตัวอย่างได้สะดวก ติดเครื่องหมายบ่งชี้ในแต่ละกระสอบหรือแต่ละกองอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการปะปนพันธุ์และทำความสะอาดสถานที่เก็บเพื่อป้องกันการเข้าทำลายของแมลงศัตรู

3.2 วิธีการจัดซื้อ

การจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืนจากเกษตรกรแปลงขยายพันธุ์ เจ้าหน้าที่งานแปลงขยายพันธุ์ต้องยึดหลักการดำเนินงานตามระเบียบการมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้

1. จัดทำหนังสือขออนุมัติหลักการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืน พร้อมทะเบียนรายชื่อเกษตรกรและประมาณการผลผลิต (แบบสมข. 10101) ก่อนการเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 45 วัน

2. แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการตรวจรับเมล็ดพันธุ์ เมื่อรับทราบการมอบอำนาจในการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์จากกรมการข้าว

3.คณะกรรมการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ ดำเนินการสำรวจและสืบราคารับซื้อเมล็ดพันธุ์ในท้องถิ่น เพื่อเปรียบเทียบและกำหนดราคาซื้อคืนเมล็ดพันธุ์ตามระเบียบและหลักเกณฑ์

4. จัดประชุมทุกงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการวางแผนการสุ่มตัวอย่าง และแผนการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืนตามทะเบียนรายชื่อเกษตรกรที่แปลงขยายพันธุ์ผ่านมาตรฐาน

5. กลุ่มควบคุมคุณภาพสุ่มเก็บตัวอย่างเมล็ดพันธุ์เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดพันธุ์ก่อนการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืน แจ้งคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการตรวจรับเมล็ดพันธุ์

6. คณะกรรมการจัดซื้อดำเนินการ ดังนี้

  • ขออนุมัติราคากลาง ผ่านผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว
  • ขออนุมัติหลักการจัดซื้อ โดยผ่านการทวนสอบข้อมูลผลการวิเคราะห์คุณภาพ จำนวนกระสอบและน้ำหนัก กับรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพก่อนการจัดซื้อ
  • เตรียมวัสดุอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการจัดซื้อ ได้แก่ รายงานผลการจัดซื้อ เอกสารชั่งน้ำหนัก ใบสั่งขนส่งชั่วคราว หลาว ปากกาเคมี เป็นต้น
  • ประสานงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดซื้อ
  • ชั่งน้ำหนัก และจัดทำใบชั่งน้ำหนักเมล็ดพันธุ์
  • ควบคุมการขนส่งและจัดทำใบสั่งขนส่งเมล็ดพันธุ์ให้งานพัฒนาธุรกิจเมล็ดพันธุ์

ขออนุมัติจัดซื้อเมล็ดพันธุ์แต่ละงวด เพื่อเบิกจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรในลำดับต่อไป

7. คณะกรรมการตรวจรับดำเนิน ดังนี้

  • ตรวจสอบการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์แต่ละงวด โดยการทวนสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ระหว่างการจัดซื้อ ทวนสอบจำนวน และน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ที่งานพัฒนาธุรกิจเมล็ดพันธุ์รับเข้าโรงเก็บ และจัดทำบันทึกการตรวจรับเมล็ดพันธุ์ที่จัดซื้อคืนในแต่ละงวด

3.3 การเบิกจ่ายเงิน

การเบิกจ่ายเงินค่าจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ในแต่ละงวด ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดซื้อ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้

1. คณะกรรมการจัดซื้อจัดทำสรุปผลการจัดซื้อรายวัน

2. จัดทำบันทึกขออนุมัติเบิกเงินค่าเมล็ดพันธุ์

3. จัดทำเอกสารการจัดซื้อ ส่งงานการเงินและบัญชีเพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสารการจัดซื้อและเบิกจ่ายเงินค่าเมล็ดพันธุ์ให้แก่เกษตรกร

การถ่ายทอดวิทยาการเมล็ดพันธุ์

การถ่ายทอดวิทยาการผลิตเมล็ดพันธุ์

     เป็นการปฏิบัติงานนอกเหนือจากงานผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ของกองเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งเป็นงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติในฐานะผู้แทนกรมการข้าวในเขตพื้นที่และโครงการพิเศษต่างๆ ภายใต้ข้อจำกัดของบุคลากร และต้องปฏิบัติภารกิจหน้าที่ให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลา จึงจำเป็นต้องกำหนดภารกิจหน้าที่และแนวทางการปฏิบัติงานด้านการถ่ายทอดวิทยาการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้มีความชัดเจน ตลอดจนการพัฒนาระบบสารสนเทศและการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสมบูรณ์ เป้นประโยชน์ต่อชาวนาและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

บทบาทหน้าที่

1. ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลสารสนเทศเครือข่าย

2. ดำเนินการ/ประสานงานการถ่ายทอดวิทยาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

3. พัฒนา สนับสนุน ระบบเครือข่ายประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ

4. พัฒนา สนับสนุน ระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในท้องถิ่น

5. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย

0.3